“ใช้ไม้บรรทัดของเราวัดชีวิตของเราเองสิ”

เป็นประโยคแรกที่เด้งขึ้นมาขณะที่ผมกำลังนั่งฟังเพลง Kodaline ผ่านเครื่องเล่นแผ่นเสียง Analog ในร้านกาแฟ Brew Lab Coffee แถวสวนลุมฯ น่าตลกดีที่ผมนั่งทานข้าวแกงโดนแดดตอน 8 โมงเต็ม ๆ ตอนแรกก็ไม่โดนหรอก แต่พอแดดสาดเข้ามาแล้วก็ตู้ม เต็มไปด้วยเหงื่อเลยครับ เดินไปสั่งน้ำมะม่วงปั่น 40 บาท ที่คุณป้าถามว่าจะใส่นมหรือมะพร้าว (พึ่งรู้ว่ามะม่วงปั่นใส่มะพร้าวด้วย) ผมก็บอกเอาหมดเลยครับป้า พร้อมยิ้มแบบตาสระอิด้วยความงง ๆ และถือน้ำมะม่วงปั่นไปทานกาแฟร้านนี้ต่อ…

นี้มัน Lifestyle Inflation หรือเปล่านะ?! มะม่วงและกาแฟต่อเลย!
(เสียงในหัวผมดังขึ้นและผมก็ตลกกับตัวเองว่า..ก็แย่ละสหาย)

กลับมาต่อ ผมเองเป็นคนที่เสื้อผ้าเยอะมาก บางช่วงนี้ผมสามารถใส่เสื้อผ้าไม่ซ้ำกับทุกวันหลายเดือนได้เลย “แต่” เปิดวงเล็บตัวโต ๆ ผมชื่นชอบ สะสม คลั่ง ของ Vintage ครับ พวกเสื้อแบรนด์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นการไปค้นหา Rare Item ราคาพอเหมาะพอดีตามแหล่งต่าง ๆ เช่น สวนจตุจักร ตามงานเสื้อ Vintage

ผมลองนึกต่อ มันก็จริงแหละ คนบ้าอะไรจะมีเสื้อใส่ไม่ซ้ำกันได้หลายเดือน หนักขึ้นไปอีกเมื่อมีช่วงหนึ่งผมสามารถใส่เสื้อกันหนาวไม่ซ้ำกันหลายสัปดาห์ได้…และผมชอบตัวเองด้วยสิ ชอบที่เห็นตัวเองชอบสิ่งเหล่านี้

ผมลองคิดในหมวกบางคนที่อาจไม่ชื่นชอบการแต่งตัวนัก คงมองว่าไอ้นี้มันใช้จ่ายเยอะแน่เลย ไม่จำเป็นขนาดนั้นมั้ง หรือ หากมอง taste ความชอบ บางครั้งผมก็แต่งตัวจัดจ้านมาก ๆ เช่นกัน ซึ่งก็จะมีคนที่ไม่ชอบบ้าง และก็มีคนชอบบ้าง แต่นี่คือจุดสำคัญและ ถ้าผมยังชอบตัวผมเอง ผมไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ผมไม่ได้ทำอะไรที่กระทบงาน ผมก็ทำต่อไปเถอะ

นึกย้อนดูผมเริ่มสะสมเสื้อ Vintage มาตั้งแต่ป.6 แล้ว นับดูนี้ก็หลายสิบปี เสน่ห์ของมัน คือ การที่เราได้ค้นหาบางสิ่งที่คนส่วนมากมีน้อย หรือ ไม่พบเห็นในชีวิตนี้อีกเลย เสื้อ Vintage ของผมบางตัว และหลายตัว ไม่เคยเห็นคนใส่เลย (เพราะมันอาจปี 19’s เลยก็ว่าได้) ผมคิดเองนะว่าแบบ เห้ยมันนิยามความเป็นเรา สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เราสนใจ

ยิ่งช่วงหลังผมทำงานด้าน IT การมีเสื้อ Vintage IT เป็น Product Solution Network เก่า ๆ มันยิ่งแบบ เห้ย น่าเก็บจังเลยนาย

กลับมีที่แก่น จากหนังสือเรื่อง Man’s seach for meaning ของ Viktor E.Frankl บอกเล่าชีวิตในค่ายกักกัน ประเด็นหลักที่ผมสกัดออกมาได้ คือ

“ความหมายของชีวิต ถูกนิยามทั้งช่วงที่ดีและไม่ดีของชีวิต”

“ความหมายของชีวิต เป็นประสบการณ์ตั้งแต่เราเกิดจนถึงชั่วขณะปัจจุบัน”

จะเห็นได้ว่าเสมือนเป็นการตั้งแกน ชีวิตเหมือนกราฟ Sine เป็นรูปคลื่น มีขึ้นมาลง และการเลื่อนไหลไปของคลื่น กระแสชีวิตนี้ เป็นเหมือน Timeline ของชีวิต

ในยุคปัจจุบันที่หลายคนพูดถึงอิสรภาพทางการเงิน การลงทุน Investment หรืออะไรทำนองนี้ อีกแกนหนึ่งที่ผมคิดว่าเราควรกลับมาคิดดี ๆ คือ

“แล้วเราคือใครวะ เราต้องการอะไร อะไรคือความหมาย หรือ ความสุขของเรา”

ผมเข้าใจว่าคำถามเหล่านี้ตอบได้ยาก
และอาจต้องใช้เวลาในการตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้
แต่อีกมุมหนึ่งก็ คือ

“แล้วเราชอบทำอะไรหล่ะ
และเราไม่ชอบอะไรหล่ะ”

อาจสามารถช่วยตัด Noise และ Choice ต่าง ๆ ของชีวิตได้มากขึ้น

ไม้บรรทัดของแต่ละคนต่างกันไป
การใช้ไม้บรรทัดของเราไปตัดสินคนอื่น
เป็นการสะท้อนมุมมองประสบการณ์ของเราเอง

Choose Wisely
Know your Why
& Go for it krub!

Categories: ,

Leave a comment