หลังจากเริ่มทำงานแล้ว ผมรู้สึกว่าเวลาในหนึ่งวัน หมดลงเร็วขึ้นอย่างน่าตกใจ คุณรู้สึกเหมือนกันไหมนะ?
ช่วงหลังเลิกงาน ผมมักไปเดินเล่นตามห้างต่าง ๆ และพริบตาเดียวก็หมดอีกวันแล้ว เรื่องน่าสนใจขึ้นไปอีกเมื่อวันนี้ผมลองเขียนเวลาในการทำงานแต่ละงานของทั้งสัปดาห์ออกมา และเริ่มสำรวจตัวเองเพิ่มเติมว่า “เห้ย มันมีช่องว่างที่เรายังไปได้ไกลกว่านี้” และเรื่องนี้น่าสนใจมากที่สุด เมื่อตอนนี้จบ Q1/2026 แล้ว! ผมเชื่อว่าอีกพริบตาเดียว เราก็จะอยู่ในปี 2027
หากคุณเป็นคนประเภทเดียวกับผมที่ชอบให้ตารางชีวิตอัดแน่นไปด้วยการก้าวไปข้างหน้า และผมเชื่อนะว่าวันหนึ่ง เมื่อคุณสูญเสียบางอย่าง…บางอย่างที่สำคัญในชีวิตไป มันจะแบบเอิ้กกก..นี้เกิดอะไรขึ้นกับฉันกันนะ
และหลายวันต่อมา คุณจะเริ่มตระหนักว่า คุณโฟกัสกับการไปข้างหน้าอย่างเดียว (ซึ่งนั้นก็ไม่ได้ผิดเลย เพราะนั้นคือตัวตนของคุณ)
“Time and tide wait for no man.”
เป็นประโยคที่คุณปู่ของผมกล่าวไว้ในงานปีใหม่สักประมาณ 10 ปีก่อน และในบริบทตอนนี้ผมก็เชื่อในประโยคนี้นะ ตอนที่เรายังหนุ่มยังแน่น ยังพอมีพลัง การโฟกัสในการไปข้างหน้านั้นไม่ผิดเลย คุณต้องสร้างฐานชีวิตของตัวเอง ต้องเก็บเงิน สร้างรายได้ และค่อย ๆ ขยายกรอบดูแลครอบครัว สร้างครอบครัว เติบโต ฯลฯ ต่อไป
เพราะคุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่า โอกาสจะมาวันไหน คุณจึงต้องพยายามเตรียมพร้อมอย่างมากที่สุดเสมอ ใครจะไปรู้ วันหนึ่งที่คุณก้าวเข้าไปในห้องประชุมหนึ่ง อาจเปลี่ยนชีวิตของคุณไปตลอดกาล ในอีกแง่หนึ่งกรอบความสำเร็จในแง่การงาน อาชีพ อาจต้องการการตี Homerun เพียง 2-3 ครั้งก็เพียงพอแล้ว
“Everything has its ups and downs.”
ตัดภาพมาอีกมุมหนึ่ง ความเสี่ยง (Risk) ของการพุ่งไปข้างหน้าเสมอ คือ คุณจะเห็นภาพข้างหน้าเยอะ คุณจะเห็นภาพในอนาคต มากกว่าปัจจุบัน คุณสามารถยอมเสียสละหลายอย่างในปัจจุบัน คุณอาจลืมบางสิ่งอย่างในปัจจุบัน เพื่อการพุ่งต่อไป ผมนึกภาพเหมือนการปล่อยจรวด ที่คุณต้องทิ้งบางส่วนของจรวดไว้ข้างหลังเพื่อไปต่อให้ทะลุชั้นบรรยากาศ
หนึ่งสิ่งที่พึงระวังและช่วงบริหารความเสี่ยงนี้ คือ “การตั้งสติ” ในระหว่างการวิ่งไปข้างหน้านี้ด้วย อย่าลืมทบทวนตัวเอง อาจเป็นในกรอบรายสัปดาห์เพื่อสำรวจตัวเองด้วยว่า คุณไหวไหม คุณเป็นอย่างไรบ้าง และ สิ่งที่สำคัญของคุณ ตอนนี้สภาวะของสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างไรด้วย
Key สำคัญมากที่สุดที่ผมตระหนักได้วันนี้จึงคือ “การมีสติ” ในการโฟกัส ทั้งเหตุปัจจัยที่ทำให้เราเองสามารถไปข้างหน้า และ “การมีสติ” ในการตระหนักรู้สภาวะของตนและสิ่งที่สำคัญกับคุณ
การมีสติ ไม่ใช่แค่เพื่อ “ไปให้ไกลขึ้น”
แต่เพื่อ “ไม่ทำให้สิ่งสำคัญหล่นหายระหว่างทาง”
ในพริบตาเดียว
คุณก็อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
อย่าลืมใช้ชีวิตให้เต็มที่
อย่างมีสติ อย่างเหมาะสม
และอย่างงดงามมากที่สุดในแบบของคุณนะครับ
วันนี้คุณกำลังวิ่งไปข้างหน้า
หรือกำลังทิ้งอะไรไว้ข้างหลัง?

Leave a comment