ธรรมชาติของกาลเวลา
คือ ทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงไป
ผมเคยได้ยินถึงสิ่งนี้
แต่ไม่ได้เข้าใจความหมายที่จริง ๆ ของมัน
จนกระทั่งวันหนึ่ง
เสาแกนสำคัญในชีวิต ‘ความสัมพันธ์’
ตลอดช่วง 5 ปีนี้ได้สิ้นสุดลง
1 เดือนที่ผ่านมา
ผมเสียศูนย์จากภายใน
แต่ข้างนอกผมยังพยายามใช้ชีวิตต่อ
ยังคงทำงาน ยังคงพยายามพัฒนาตัวเอง
หรือยังคงฝืนทำอะไรก็ตามที่เป็นการผลักดันให้ตัวเองไปข้างหน้า
(มุมที่ตลก คือ หลายคนในชีวิตจริงยังไม่รู้เลย
ผมคงที่เก่งเรื่อง keep look อยู่เหมือนกันนะ 5555)
แต่ในเกือบทุกคืน
ผมยังมักรู้สึกอ่อนแอ ยังสับสน
และยังเสียใจกับสิ่งที่หายไป
เป็น 1 เดือนที่เต็มไปด้วยคำถาม
ผมคือใคร?
ผมชอบอะไร?
ผมอยากไปจุดไหน?
และ ความฝันของผมหน้าตาเป็นแบบไหน?
ความรักของผมคืออะไร?
รูปแบบความรักที่เหมาะกับผมเป็นแบบไหน?
ผมจะใช้ชีวิตในพื้นที่ว่างนี้อย่างไรต่อ?
อีกด้านหนึ่ง
ระหว่างทาง ผมค่อย ๆ เห็นบางอย่างชัดขึ้น
คนที่รักผม คนที่สนับสนุนผม มีมากเหมือนกันนะเนี่ย
(รู้สึกขอบคุณจัง จากใจเลยครับ)
ผมยังมีโอกาสใหม่ในทุกวันเพื่อไปต่อ
โลกยังมีอะไรให้ผจญภัยอีกมากเลย!
(มากกว่าที่เคยคิดไว้มาก)
กลับมาดูแลตัวเองด้วยนะ
ออกกำลังกายด้วย
skincare อะหัดใช้บ้าง
การบันทึกรายรับรายจ่าย
การเก็บก่อนใช้และทบต้น
โคตรสำคัญเลย
ผมเริ่มเข้าใจว่า
บางเรื่องของหัวใจ
ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ logic เสมอไป
ผมเริ่มเข้าใจในหน้าตาของความรัก
หน้าตาความรักที่ผมรู้สึกสบายใจ
เป็นหน้าตาความรักที่ผมต้องการมากขึ้น
หลายเรื่องในชีวิต
ทั้งในเรื่องงาน การเงิน การทำอะไรสุดขั้วมากไป
ก็ต้องหัด “เหยียบเบรก” เองให้เป็นเหมือนกัน
ผมเริ่มยอมรับว่าสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ผ่านไปแล้ว
กลับมาจัดทรง Repositioning – Life after Love
ไม่ใช่ชีวิต – Life in Love อีกแล้ว
ทำกิจกรรมอะไรที่เราเคยชอบทำ
ทำความรู้จักกับตัวเองในรูปแบบที่เคยเป็น
ผมยังดีขึ้นไม่ทั้งหมด
แต่ผมก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
และการได้เขียนทุกอย่างนี้ออกมา
ก็ทำให้ในคืนนี้ผมเบาใจขึ้นจริง ๆ
สุดท้ายนี้
ผมขอขอบคุณคุณจริง ๆ นะ
สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมาเลย
ผมยังคงมองขึ้นไปบนฟ้า
และอวยพรให้คุณเสมอ
ขอให้ทุกเส้นทางที่คุณเลือก
นำพาคุณไปยังที่ที่คุณอยากไปถึง
คุณทำได้แน่นอน แล้วเจอกันใหม่นะ 🙂

Leave a comment