เป็นประโยคที่มาสเตอร์ เชิดศักดิ์ พฤกษา ครูประจำชั้น ประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล บอกกับผม หลังคาบวิชาลูกเสือ ในคาบดังกล่าวแต่ละห้องมีการแข่งขันเต้นกัน เมื่อถึงคราวที่ห้องของผมต้องเต้น ผมที่เป็นหัวหน้าหมู่กลับเลือกนั่งอยู่เฉย ๆ ภายในใจคิดว่า “นี้ผมกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย”
หลังเลิกเรียนมาสเตอร์จึงให้ผมไปพบที่ห้องพักครู พร้อมทั้งถามคำถามนี้
ทำไมปาร์คไม่ลุกขึ้นเต้นกับเพื่อน ๆ ?
ณ ตอนนั้น ผมตอบตามจริงว่า ผมรู้สึกเขิน รู้สึกอายครับ มาสเตอร์จึงตีผมเล็กน้อยและอบรมผม ผมน้ำตาไหลเลย และสุดท้ายมาสเตอร์ก็ได้เข้ามากอดพร้อมมอบรอยยิ้มให้
บทเรียนในครั้งนั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของ “ความกล้า” ที่ค่อย ๆ สะสมตลอดช่วงที่ผ่านมา
ค่อย ๆ จากเป็น MC งานลูกเสือของห้อง
ค่อย ๆ เป็นผู้นำพูดปิดชั้นเรียนของรุ่น
ค่อย ๆ เป็นกัปตันทีมฟุตบอล
ค่อย ๆ ถามคำถามที่สงสัยในชั้นเรียน
ค่อย ๆ ยกมือตอบคำถามเป็นคนแรก
ค่อย ๆ ออกไปพูดต่อหน้าผู้ฟังจำนวนมาก
ค่อย ๆ เปิดบทสนทนากับบุคคลที่ผมเคารพ
ค่อย ๆ พัฒนา “ความกล้า” นี้จนถึงปัจจุบัน
เมื่อลองนึกย้อนดูการที่ผมมี “ความกล้า” ได้มอบโอกาสหลาย ๆ อย่างให้ผม เป็นโอกาสที่เหนือกว่าที่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งจุดนี้เองเป็นจุดที่ผมรู้สึก “โชคดี” มากครับ
…
“ความกล้า” นี้เองจึงเป็นสิ่งที่ผมจะพยายามปรับสมดุลมากขึ้น ทั้งในแง่ใช้สิ่งนี้ให้ถูกบริบทกาลเวลา ความหมาะสม และไม่หยุด challenge ตัวเองให้ออกจาก comfort zone ต่อไป เพราะในหลายครั้ง เมื่อโอกาสไม่ได้เคาะประตูเรียกหา ผมเองจะออกไปเคาะประตูหาโอกาสนั้นเองครับ
ขอบคุณมาสเตอร์ เชิดศักดิ์ ที่มอบบทเรียนอันแสนมีค่านี้ให้ผมครับ
เขียนเนื่องในวันไหว้ครูโรงเรียนเซนต์คาเบรียล
ชัยดิษฐ์

Leave a comment