เป็นคำถามตั้งต้นที่คนส่วนมากรวมถึงผมเองยังไม่กระจ่าง จนได้เห็นแผนภาพนี้ในบทเรียน “การพัฒนาเมืองภายใต้โมเดลธุรกิจการค้าคาร์บอน” ของอาจารย์ Boonrod Yaowapruek หรืออาจารย์ติ๊ก ในรายวิชา Basic Concept of Urban Planning and Sustainable infrastructure

— ต่างกันตั้งแต่ระบบที่มาของเครื่องมือ

ETS (Emission trading system) คือ การกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Cap) ของผู้ผลิต โดยผู้ผลิตแต่ละคนจะได้รับโควต้าในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาครัฐ ในรูปของใบอนุญาต หากปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าจำนวนในใบอนุญาต ผู้ผลิตคนนั้นๆ ก็สามารถขายต่อใบอนุญาตที่เหลือแก่ผู้ผลิตคนอื่นได้ ในทางกลับกันหากผู้ผลิตรายใดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินโควตาที่ได้รับ ก็ต้องซื้อใบอนุญาตต่อจากผู้ผลิตคนอื่น ถือเป็นระบบที่จำกัดปริมาณแล้วแลกเปลี่ยน (Cap-And-Trade), อ้างอิงข้อมูลจาก UN Global Compact, เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เป็น Mandatory หรือมีบทบังคับ โดยราคาของ EU-ETS อยู่ที่ประมาณ 80 ยูโรต่อหนึ่งตันคาร์บอน

สำหรับตลาดคาร์บอนฯ ในไทย อย่างที่ทุกคนพบเห็นทั่วไปคือของ TVER ที่ยังเป็นภาคสมัครใจ Voluntary ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 20-218 บาท อ้างอิงจากข้อมูลขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ในช่วงมีนาคมที่ผ่านมา

จะเห็นได้ว่าบทบังคับ กรอบของสองส่วนนี้แตกต่างกัน นอกจากนี้ทางอาจารย์ยังได้นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจต่าง ๆ มากมาย เช่น แผนในอนาคตในเรื่อง Climate Actions ของกรุงเทพฯ น่าติดตาม และ น่าสนใจเป็นอย่างมากครับ

ชัยดิษฐ์

Categories:

Leave a comment